วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วิตกเยาวชนไทยติดเอดส์เพิ่ม แถมสอบตกเรื่องเพศสัมพันธ์

เผยข้อมูลน่าตระหนกเยาวชน 32.4% มองการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ มีคู่นอนชั่วคราว รวมถึงสวิ้งกิ้ง ขายบริการทางเพศมีจำนวนมากขึ้น แต่ใช้ถุงยางแค่ครึ่งเดียว วัยรุ่นกรุงเทพฯติดเอดส์ 1.6%...

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่โรงแรมแม็กซ์ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "เพศเพื่อเด็กและเยาวชน: รักใคร่และเรียนรู้ รุ่นที่ 2" มีนักเรียนโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 เข้าร่วมเกือบ 100 คน

นายอานัติ แย้มอยู่ ผอ.กลุ่มการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็ก สท.กล่าวว่า ปัจจุบันเยาวชน 32.4% มองการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ การมีคู่นอนชั่วคราว รวมถึงการสวิ้งกิ้ง การขายบริการทางเพศโดยเต็มใจมีจำนวนมากขึ้น ทั้งยังพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม มีแนวโน้มที่สูงขึ้น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในหมู่เด็กเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล้าปั่น

นอกจากนี้ยังพบเด็กอายุ 6-18 ปีเกือบ 800,000 คนมีปัญหาทางสุขภาพจิต ตั้งแต่วิตกจริต เครียดจนถึงคิดฆ่าตัวตาย น่าวิตกอย่างยิ่ง การใช้สารเสพติดก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกปี รวมไปถึงวัยรุ่นที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยครอบครัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมภายนอกกระตุ้นเร้าให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น ส่วนทางป้องกันนั้น นายอานัติ กล่าวว่า ต้องเริ่มจากการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว สนับสนุนองค์กรชุมชน และการให้เด็กมีส่วนร่วมดูแลป้องกันปัญหาเยาวชน

ด้าน นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาองค์การแพธ (PATH) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 20,000 คนต่อปี ที่น่าห่วงคือพบเด็กเยาวชนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรคเอดส์มากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์รับบริจาคโลหิตพบ 5 ใน 1,000 คนที่มาบริจาคเลือด พบการติดเชื้อเอชไอวี ในจำนวนนี้มีกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย รวมทั้งโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ สำรวจพบเยาวชนไทยใช้ถุงยางแค่ 50% และสอบตกเรื่องความรู้การมีเพศสัมพันธ์ และจากการที่องค์การแพธ (PATH) และเครือข่ายต่างๆ จัดโครงการเลิฟแคร์ "กล้ารัก กล้าเช็ก" โดยเปิดเป็นคลินิกให้คำปรึกษาและบริการตรวจเช็กสุขภาพทางเพศแบบครบวงจรกับวัยรุ่น พบอัตราการติดเชื้อของวัยรุ่นในกรุงเทพฯที่อายุต่ำกว่า 25ปี ติดเชื้อเอชไอวี 1.6% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก

นพ.วัชระ กล่าวด้วยว่า ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์นั้น เนื่องจากการค้าสมัยใหม่ที่สื่อและกระตุ้นเด็กให้มีเพศสัมพันธ์กันง่ายและมากขึ้น ทั้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต รวมถึงการที่เด็กในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอยู่กันเป็นคู่มากขึ้น ทั้งยังมีทัศนคติเดิมๆ ที่คิดว่าโรคเอดส์เป็นเรื่องของคนกลุ่มเสี่ยง แต่จริงๆ เอชไอวีอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด รวมทั้งยังมองเรื่องสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องน่าอาย ทำให้ไม่กล้าเข้ารับบริการตรวจรักษา อย่างไรก็ตาม ได้พยายามขยายโครงการเลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ก”ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยสามารถติดต่อผ่าน Call Center โทร. 08-5340-0043 หรือผ่านเว็บไซด์ www.lovecarestation.com และสิ่งสำคัญคือการทำให้สังคมมองเรื่องเอดส์และเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ ในเชิงลบ เพื่อให้ทุกคนกล้าที่จะเข้ามาปรึกษาและรับบริการทางสาธารณสุข ให้เหมือนกับการตรวจสุขภาพประจำปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น